2007/Aug/06

วันนี้ผมจะเล่าถึงพี่ชายของผมคับ ผมมีพี่ชายซึ่งจริงๆ ต้องนับว่าเป็นลูกพี่ลูกน้อง
(brothers in law ?) ชื่อว่า เล็กซ์ คับ พี่เล็กซ์เป็นลูกครึ่ง ไทย สเปน จีน
ฟิลิปปินส์ คับ การที่พี่เค้ามีหลายเชื้อชาติเพราะพ่อของเค้าเป็นลูกผสมหลาย
เผ่าพันธ์ที่มาแต่งงานกับพี่สาวของพ่อผม ซึ่งเป็นคนไทยนั่นแหละคับ



พี่เล็กซ์กับผมเพิ่งเจอกันได้ราวสามเดือนคับ ตอนนี้พี่เค้าอายุสองขวบ เพิ่งเดินทาง
มาจากอเมริกา มาแรกๆ พี่เค้าก็พูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ แถมฟังไม่รู้เรื่อง แต่หลัง
จากอยู่เมืองไทยสองเดือน เค้าก็เริ่มฟังเข้าใจ และพูดได้บางคำแล้วคับ


คำที่พี่เล็กซ์พูดบ่อยที่สุดคือ "หิว" คับ เพราะเค้ายังเด็กก็เลยหิวบ่อย พอหิวก็จะร้อง
บอกคุณป้า แรกๆ พี่ยังออกเสียงคำว่าหิวได้ไม่ชัด คำว่าหิวของพี่จึงออกมาคล้ายๆ กับ
คำว่า หาว เวลาหิว พี่ก็จะเดินไปเกาะขากางเกงคุณป้า แล้วเงยหน้าขึ้นทำตาป้องแป๊ว
ร้องว่า "หาว หาว" แรกๆ ป้าไม่รู้ ก็พาไปนอน พี่ก็ร้องใหญ่เลย บอกแต่ว่า "หาว หาว"

แล้วชี้ไปที่ขวดนม ป้าจึงถึงบ้างอ้อ ว่าพี่พยายามบอกว่าหิวนั่นเอง


ทั้งป้า แม่ พ่อ และญาติๆ ทั้งหลายของผม ต่างระอากับความซนสุดๆ ของพี่เล็กซ์คับ
ในขณะที่เด็กอื่นๆ จะนอนกลางวันวันละอย่างน้อยสองถึงสามชั่วโมง พี่ของผมจะนอน
วันละครึ่ง ถึงหนึ่งชั่วโมง หรือไม่นอนเลย พี่จะเอาเวลาที่เหลือทั้งวันไปเล่น เล่น และเล่น
อุปกรณ์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น หม้อ ชาม โต๊ะ เก้าอี้ ขวดนม โทรศัทพ์ หรือแม้แต่ปู่ของผม
ก็เป็นของเล่นของพี่ได้คับ


พี่จะทั้งเคาะ ทั้งแกะ ทั้งรื้อ ทั้งเอามาจัดใหม่ หรือทำอะไรๆ ก็ได้ที่คิดว่าสร้างสรรค์สุดๆ แต่
ป้าของผมเรียกว่าเกเรสุดๆ ได้ทุกวัน


แต่ถึงแม้พี่จะซนอย่างไร เราก็รักพี่กันมากคับ เพราะพี่เป็นหลานปู่คนแรกของพวกเรา
แถมหน้าตาน่ารัก (ก็ลูกครึ่งนี่นา จะให้หน้าตาบ้านนอกอย่างผมได้ยังไง) พี่มีความดีอยู่
มากมายที่ทำให้พวก ย่า ป้า พ่อ แม่ ผม ใจอ่อน อาทิเช่น เวลาที่ย่ากำลังจะนวดให้ปู่
พี่ก็จะวิ่งเข้าไปช่วย โดยการขยำๆๆๆ แขนของปู่อีกข้างที่ว่างอยู่ (โดยมิสนใจว่าปู่
จะร้องโอยๆ เพราะความเจ็บหรือไม่) เวลาป้า (แม่ของพี่) กำลังทำกับข้าว พี่ก็ช่วยเด็ด
ผัก (แล้วเอาไปหว่านบนพื้นครัว เพราะพี่ไม่เข้าใจว่าต้องเอามันใส่จาน) หรือเวลาที่
ลุง กำลังให้อาหารปลา ก็จะขอให้อาหารปลาด้วย (โดยเทอาหารเม็ดลงไปหมดกล่อง
เพราะพี่กลัวว่าปลาทั้งอ่างมันจะกินไม่อิ่ม)

เห็นไม่ละครับ...พี่ผมน่ารักออก


พี่ผมกลัวอะไร....


เชื่อหรือเปล่าครับ พี่ผมกลัวจิ้งจก เหตุผลก็คือมันเกาะอยู่บนเพดาน และมันอาจจะตกลงมาใต่
ตัวพี่เอา พี่ไม่กลัวตุ๊กแกเพราะตุ๊กแกตัวใหญ่กว่าจิ้งจกและมีสีสรรค์สวยงาม ไม่เห็นจะน่ากลัว
เวลาเจอตุ๊กตายางที่เป็นจิ๊งจกกับตุ๊กแก พี่จะร้องถ้าเอาจิ้งจกยื่นให้คับ 555


นอกจากจิ้งจกแล้ว ผมยังไม่เห็นพี่กลัวอะไรจริงจังนัก อาจจะเรียกได้ว่า พี่เค้าเป็นเด็กผู้ไม่กลัว
อะไรเลยในโลกก็ว่าได้ (แต่ญาติๆ ของผมทุกคน กลัว...กลัวความซน ของพี่คับ)



พี่กับผม....


ผมค่อนข้างสนิทกับพี่คับ ถึงแม้เราจะยังพูดกันไม่ได้ หมายความว่า ผมเองก็เพิ่งเริ่มอ้อแอ้
ส่วนพี่เองก็เพิ่งพูดได้ทีละคำ หรือสองคำเป็นอย่างมาก แต่เราก็สื่อสารกันด้วยสายตาคับ
พี่มักจะชอบมานอนกอดผม จับแขนผม (ซึ่งป้าจะร้องกรี๊ดทุกครั้งเพราะกลัวพี่ทำแขนผม
หักคามือเหมือนอุปกรณ์อื่นๆ ในบ้านที่พี่ทำพัง) พี่มักจะชอบมาหอมแก้มผม (ทั้งๆ ที่ในปาก
ของพี่ยังมีจุกนมปลอมคาอยู่) พี่มักจะมาคุยกับผม ชวนผมไปโน่นไปนี่ (ทั้งๆ ที่ผมยังทำไม่ได้
แม้กระทั่งการคลาน)


ตอนนี้พี่เล็กซ์พูดได้หลายคำแล้วคับ จากคำว่า หาว หิว ม่าย (ไม่) แม่ ย่า ก็ยังพูดคำว่า เห่า
ได้อีกคำ


คำว่าเห่า ที่พี่พูดได้เพราะพี่ชอบเล่นกับหมาคับ ที่บ้านต่างจังหวัดเรามีหมาอยู่สามตัว พี่แตงไทย
พี่โดนัท และพี่ปุ๊กลุค ทั้งสามตัวเป็นเพื่อนเล่นของพี่เล็กซ์ทั้งหมดคับ ป้าคงจะสอนพี่เล็กซ์ว่าเวลา
หมาอ้าปากทำเสียง โฮ่งๆ นั่นหมายถึงหมาเห่า พี่แกเลยพูดคำนี้ได้อีกคำ


เนื่องจากแม่ผมมักไม่มีเวลาดูแลผม ต้องมาทำงาน พี่เล็กซ์จึง (พยายาม) ช่วยดูแลผมอีกทางคับ
เวลาพี่มีขนม เช่นเยลลี่ พี่ก็พยายามจะเอามายัดใส่ปากผม เพราะอยากให้ผมได้กินของอร่อยด้วย
โดยปกติน่ะเหรอ พี่จะไม่ยอมแบ่งขนมแบบนี้ให้ใครหรอกคับ เวลาผมร้อง พี่ก็จะเดินไปหาป้า
หรือไม่ก็ย่า กระตุกแขนก่อนชี้มาที่ผม แล้วร้องเสียงอุแว้ๆๆ อย่างที่ผมร้อง
ป้า ย่า ก็จะรู้ว่าผมร้องหิวนมอีกแล้ว...

พี่ผมน่ารักไหมล่ะคับ


ล่าสุด ของความน่ารักของพี่ก็คือ...วันหนึ่ง ผมคงรับเอาฝุ่นที่อยู่แถวที่นอนจึงจามสองสามครั้งติดๆ กัน
พี่เล็กซ์ซึ่งนอนดูโทรทัศน์อยู่ใกล้ๆ จึงรีบลุกขึ้น วิ่งไปหาย่าที่อยู่ในครัว ดึงมือย่าแล้วชี้เข้ามาในห้อง
รับแขกที่ผมนอนอยู่

"เห่า เห่า"

"อะไรนะ" ย่าถามงงๆ เพราะในบ้านจะมีหมาเห่าได้อย่างไร

"เห่า เห่า" พี่ยังพูดคำเดิม แล้วลากย่ามาในห้องรับแขก ให้มาที่เปลของผม เอานิ้วมาชี้หน้าผม

"เห่า เห่า"

จังหวะนั้นเอง ที่ผมจามฮัดชิ้วออกมาอีกสองทีซ้อน

"เห่า เห่า" พี่ดีใจ รีบชี้อีกที บอกย่าว่าผมกำลังเห่า

ย่าผมได้แต่ปล่อยเสียงหัวเราะลั่นบ้าน ก่อนจะก้มลงหาพี่เล็กซ์

"เค้าเรียกว่าจามลูก ไม่ใช่เห่า"

"เห่า เห่า" พี่ยังยืนยันคำเดิม

นั่นแหละคับ พี่ของผม เฮ้อ...ไม่ว่าใครจะว่ายังไง แต่ทุกครั้งที่ผมจาม พี่จะชี้มาที่ผม แล้วบอกว่า
เห่า เห่า เสมอ...

ไม่รู้ว่าจะดีใจ (ที่พี่ห่วงใย) หรือกลุ้มใจ (ที่พี่จัดประเภทผมอยู่พวกเดียวกับพี่แตงไทย) ดีน้า....



2007/Aug/03

วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องการนอนคับ ทุกท่านอาจจะคิดว่าการนอนไม่สำคัญ
คนเราทุกคนก็นอนกันทุกวันเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรให้เขียนสักหน่อย
สำหรับผู้ใหญ่แล้ว...ใช่ครับ การนอนเป็นการพักผ่อน หลังจากทำงานมา
ตลอดทั้งวัน เป็นการพักเพื่อจะไปต่อสู้ ผ่าฟันกับโลกนี้ต่อไปในวันรุ่งขึ้น


แต่สำหรับเด็กอย่างผมแล้วไม่คับ การนอนมันมีมากกว่านั้น การนอนของ
เด็กเล็กหมายถึงช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเจริญเติบโตคับ ทั้งการเจริญ
เติบโตทางร่างกาย และทางความคิด (สมอง)

เด็กเกิดใหม่จะนอนวันละกว่ายี่สิบชั่วโมง และจะค่อยๆ ลดลงตามลำดับคับ
สำหรับเด็กสามเดือน-สี่เดือน อย่างผม จะนอนวันละประมาณสิบห้าถึงยี่สิบ
ชั่วโมงคับ

การนอนหลับมากๆ ทำให้ร่างกายของพวกผมได้พัฒนา และมีการเติบโต
เนื่องจากตอนที่พวกเราออกมาจากท้องแม่นั้น ร่างกายของพวกเรายัง
พัฒนาไม่เต็มที่ อวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอวัยวะภายใน ยังต้องการการปรับตัว
ดังนั้นการนอนจะช่วยทำให้เราแข็งแรงขึ้นคับ

การพัฒนาการทางสมองก็ต้องใช้การนอนเช่นเดียวกัน สมองของพวกผม
ตอนเกิดมาจะมีรอยหยักอยู่นิดหน่อย และมันจะค่อยๆ หยัก และเพิ่ม
รายละเอียดการจดจำต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ คับ ช่วงของการนอน เป็นช่วง
ของการเติบโตของเซลล์สมองในระยะแรกคับ

ผมชอบนอนที่เสียงดังๆ...

จริงๆ ก็ไม่ถึงกับชอบหรอกคับ แต่ผมนอนได้ แม่ผมพยายามฝึกให้ผม
นอนได้อย่างมีความสุขในทุกๆ ที่เหมือนแม่ ดังนั้นผมจึงเป็นเด็กนอน
ง่ายคับ นอนได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกโอกาส ไม่ว่าจะมีเสียงป้า น้า พี่ๆ คุยกัน
ดังแค่ไหน ผมก็สามารถนอนได้คับ

การฝึกตั้งแต่แรก โดยให้ผมนอนในที่ๆ มีเสียงดังบ้าง ทำให้ผมเป็นคน
นอนง่าย และมีความสุขกับการนอนท่ามกลางการทำกิจกรรมของ
คนอื่นๆ คับ นั่นทำให้ผมมีเวลาพัฒนาสมองเต็มที่ และไม่ร้องโยเย
เวลาตื่นด้วยคับ


นอนกลางคืน...

การนอนกลางคืนของเด็กในเดือนแรกๆ จะตื่นบ่อยๆ คับ คือตื่นเวลาหิว
และเราก็มักจะหิวทุกๆ 1-2 ชั่วโมง แต่พอย่างเข้าเดือนที่สอง หรือสาม
พฤติกรรมนี้จะเปลี่ยนไปคับ สำหรับผม ตอนกลางคืนผมจะไม่ค่อยตื่นคับ
ประมาณว่ารักการนอนยิ่งชีพ ผมจะนอนรวดเดียว ตื่นตีห้า หรือหกโมงเช้า
เพื่อมากินนมเลย แต่สำหรับเพิ่อนผมบางคน อาจจะตื่นทั้งคืนก็ได้ พวกนั้น
จะเป็นพวกหิวบ่อยคับ

แม่ผมปรึกษาหมอแล้ว การนอนของเด็กสำคัญเท่าๆ กับการกินคับ ดังนั้น
หากผมไม่ตื่นตอนกลางคืน ก็ไม่ต้องปลุกให้ตื่นเหมือนคุณแม่บางคนที่
กลัวลูกหิว หรือได้อาหารไม่พอ คุณหมอบอกว่า ถ้าผมหิวผมจะตื่นขึ้นมาเอง
คับ ถ้าไม่ตื่นก็ควรปล่อยให้นอนไป เพื่อสมอง และร่างกายส่วนอื่นๆ จะได้
เติบโตเต็มที่คับ

นอนคว่ำ...


การนอนคว่ำเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่จำเป็นคับ การอนคว่ำจะทำให้เด็กเล็กๆ
อย่างพวกผมนอนได้นาน เราจะไม่ผวา ท่าการนอนคว่ำจะคล้ายกับท่า
การนอนในท้องแม่ เราจึงไม่อึดอัด และกลับรู้สึกสบาย อบอุ่นเสียอีก

ประโยชน์อีกอย่างของการนอนคว่ำก็คือจะทำให้ผมหัวสวยคับ เด็ก
เล็กอย่างผมกระดูกกระโหลกศรีษะจะยังสามารถเปลี่ยนรูปได้ มันยัง
ไม่แข็งมากเหมือนกระดูกผู้ใหญ่ ดังนั้นหากนอนหงายนานๆ เราจะหัว
แบน ไม่หล่อคับ แม่ผมจึงระมัดระวังมากๆ กับหัวของผม

ตอนนี้เดือนที่สามก่าๆ แล้ว หัวของผมจึงสวยได้รูป (คุยเสียด้วยแน่ะ)
และเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วคับ


เห็นไหมคับ แค่เรื่องการนอน ก็เขียนได้ยืดยาวแล้ว.... ไม่ใช่เรือ่งธรรมดา
ใช่ไหมล่ะ

ห้าว.ววววว...เล่าแล้วก็ง่วง ขอเวลาไปนอนก่อนนะคับ



edit @ 2007/08/03 09:34:36
edit @ 2007/08/03 09:37:32

2007/Jul/27

สวัสดีคร๊าบ..บ.... ทุกทุกท่าน

ขอทราบเท้าสวัสดีพ่อแม่พี่น้องในฐานะสมาชิกใหม่ในบล็อคด้วย
นะคร๊าบ...ผมคิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะเขียนบล็อคดีหรือเปล่า
เพราะว่าการเขีนนบล็อคมันก็เหมือนเอาเรื่องส่วนตัวมาแฉ...
เอ๊ย มาเล่าให้ทุกคนฟังใช่ไหมเล่าครับ ไอ้ผมมันก็คนโลก
ส่วนตัวสูง กลัวว่าแฉตัวเองไปก็ไม่มีใครอยากอ่าน...ไม่มีใคร
สนใจ ก็จะเสียเวลาไปเปล่าๆ

แต่มาคิดดูอีกทีนะ การที่ผมเขียนบล็อค อย่างน้อยมันก็แสดง
ความมีตัวตนของผม แถมได้บันทึกเรื่องราวต่างๆ เก็บไว้ในความ
ทรงจำ ไม่ใช่หรือครับใครจะสนใจผม หรือไม่สนใจผม ก็ไม่เห็น
เป็นไรนี่นา

ก่อนอื่น ผมขอแนะนำตัวก่อนนะคับ ผมชื่อ "ถั่วงอก" คับ ย้ำๆๆๆ
กระผมชื่อถั่วงอกจริงๆ

ชื่อนี้มีที่มาคับ...ผมอธิบายได้ว่าทำไมตัวเองถึงได้มีชื่ออัน
ประหลาดไม่เหมือนใคร และไม่มีใครกล้าเหมือนแบบนี้

....แม่ผมเป็นนักเขียนคับ ใครๆ ก็เลยคาดหวังเอาว่าผมจะต้อง
มีชื่อน่ารัก เก๋ เท่ กว่าชื่อคนปกติทั่วไปแต่ไม่มีใครรู้ว่า นอกจาก
เป็นนักเขียนแล้ว แม่ผมยังเป็นคนติงต๊องอีกด้วย คือเป็นประเภท
คิดอะไรไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเค้าน่ะครับ

ชื่อผมมันมีที่มามันเกิดเพราะว่า...แม่ผมกินอะไรไม่ได้ตอนท้อง
ก็เลยมีหลายๆ คนโดยเฉพาะพ่อบอกแม่ว่าลูกออกมาจะต้องผอม
หัวโต ตัวลีบ แน่ๆ เลย แม่ผมก็เลยนึกถึงถั่วงอกคับ และแกก็เลย
เรียกผมว่าเจ้าถั่วงอกมาเรื่อย ตั้งแต่ผมยังไม่สามเดือนโน่นแน่ะ

พอได้ชื่อเล่นอันแสนบรรเจิดแล้ว แม่ก็คิดชื่อจริงสิคับ ตามประสา
คนไม่ปกติ เอ๊ย คนที่สร้างสรรค์กว่าคนปกติ แกก็เลยตั้งชื่อจริง
ของผมว่า พีรนัท 555 เก๋ใช่ไหมล่า...แต่ว่าที่มามันเก๋กว่าคับ

พีรนัท มาจาก PeaNut ที่แปลว่าถั่วนั่นแหละครับ คือว่า
แกคิดอะไรไม่ออก แกเลยสรุปเอาว่าไหนๆ ลูกชายชื่อเล่นชื่อ
ถั่วแล้ว ชื่อจริงมันก็ควรเป็นถั่วเสียด้วย ผมก็เลยได้ชื่อพีรนัท
ซึ่งแผลงมาจากพีนัทตั้งแต่นั้นมาคับ

ผมเป็นเด็กไม่มีผม...

น่าเศร้า...ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่เกิดมา ผมก็เป็นคนผมน้อยมาตั้งแต่แรก
เพื่อนข้างบ้านของผมซึ่งลืมตาดูโลกก่อนผมสักเดือนกว่า เขาผม
ดกดำ ขึ้นเอาๆๆ แต่สำหรับผม กว่าจะมีผมขึ้นรำไร ก็โน่นแน่ะคับ
เดือนที่สอง โอ...สงสัยแววรวยเป็นล้าน ก็มีมาตั้งแต่เกิดเสียแล้ว

ผมคิดว่าตัวเองคงเครียดคับทีเกิดมาเป็นลูกแม่สิรินดา ผู้หญิง
ที่ซ่า ก๋ากั่น และสติสตังไม่อยู่กะเนื้อกะตัวคนนั้น ก็เลยไปออกอาการ
เครียดเอาทางผม....

แต่การที่ไม่มีผม ไม่ใช่ว่าผมจะไม่หล่อนะคับ ผมออกจะมั่นใจเล็กน้อย
ว่าตัวเองก็หล่อเหลาเอาการ ไม่เชื่อดูรูปผมสิคับ

ผมอยู่ที่ไหน....

ตอนนี้ผมอยู่เพชรบุรีคับ เมืองคนดุ หน้าหวาน กินน้ำตาลมาก
อากาศที่นี่สบายๆ ไม่ร้อน ไม่หนาว เหมาะแก่การเจริญเติบโต
ของถั่วงอกมากเลยคับ

เฮ้อ บ่นมาเสียนาน วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกันนะคับ วันหลัง ผมจะมา
เล่าเรื่องของผมให้ฟังอีก...วันนนี้..ถึงเวลากินนมแล้ว ...
ไปก่อนดีกว่า....สวัสดีคับ :)



edit @ 2007/07/27 16:16:37